Invivoscribe® เผยโฉมวิธีการทดสอบ LymphoTrack® TRB ที่ใช้กับซอฟต์แวร์ MiSeq® และ LymphoTrack® ในการตรวจวัดยีนผิดปกติที่มีปริมาณน้อย (MRD)

เมืองซานดิเอโก, Nov. 08, 2017 (GLOBE NEWSWIRE) — Invivoscribe® Technologies Inc. บริษัทระดับโลกที่มีประสบการณ์ด้านการให้บริการแนวทางทดสอบเซลล์ผิดปกติที่ขยายตัวและตัวบ่งชี้ทางชีวภาพสำหรับงานด้านเนื้องอกวิทยาและเวชศาสตร์ระดับโมเลกุลเฉพาะบุคคล® ที่ให้บริการมาแล้วเป็นเวลาหลายสิบปี ได้ประกาศการเผยโฉมวิธีการทดสอบ LymphoTrack® TRB  เวอร์ชั่นที่ใช้สำหรับการวิจัยเท่านั้น (Research Use Only: RUO) สำหรับแพลตฟอร์ม Illumina MiSeq® การรวมวิธีการทดสอบนี้เข้าไปด้วยทำให้ซอฟต์แวร์ชีวสาร สนเทศที่มีความจำเพาะ ช่วยให้นักวิจัยและบริษัทยาต่างๆ สามารถดำเนินการทดลองทางคลินิกได้ เพื่อระบุและติดตามเซลล์ผิดปกติที่ขยายตัวได้โดยการทดสอบการตรวจวัดยีนผิดปกติที่มีปริมาณน้อย (Minimal residual disease: MRD) ของตัวอย่างลำดับยีนได้

การทดสอบต่างๆ ที่ตรวจจับการจัดเรียงตัวใหม่ของ TRB ที่ผิดปกติเป็นประโยชน์ในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับมะเร็งเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์ เนื่องจากโดยทั่วไปแล้ว มะเร็งเม็ดเลือดขาวและมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้นใช้เซลล์จำเพาะหรือการจัดเรียงยีนตัวรับแอนติเจน “เซลล์ผิดปกติที่ขยายตัว” ร่วมกันหนึ่งตัวหรือมากกว่า วิธีการทดสอบ LymphoTrack® TRB บน MiSeq®  จะช่วยระบุการจัดเรียงตัวใหม่ของ TRB (VDJ) ที่ผิดปกติ ลำดับดีเอ็นเอในส่วนที่มี VDJ เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้ทราบการแจกแจงความถี่ของ V, D และ J รวมถึงทำให้สามารถใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในภูมิภาคโดยใช้ซอฟต์แวร์ชีวสารสนเทศ LymphoTrack® ด้วย วิธีการทดสอบนี้จะช่วยเพิ่มความเป็นไปได้ในการระบุการจัดเรียงลำดับยีนใหม่ในสายโซ่เบต้าของตัวรับทีเซลล์เทียบกับการทดสอบการจัดเรียงยีนใหม่เฉพาะ TRG เท่านั้น

วิธีการทดสอบ LymphoTrack® TRB  มาพร้อมกับเมนูการทดสอบที่ครอบคลุม ซึ่งจะช่วยให้สามารถระบุการจัดเรียงตัวใหม่ของเซลล์ผิดปกติที่ขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีความแม่นยำสูงและความไวต่อการทดสอบชนิดที่ไม่มีใครเทียบได้เมื่อใช้กับการถอดรหัสพันธุกรรมขั้นสูง (next generation sequencing: NGS) ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในชุดของ LymphoTrack® นั้น ช่วยให้ลูกค้าสามารถดำเนินการทดสอบหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน จึงช่วยลดต้นทุนและเวลาในการดำเนินการได้อย่างมาก ชุดทดสอบดังกล่าวประกอบด้วยซอฟต์แวร์ LymphoTrack® MiSeq® ซึ่งสามารถเรียงลำดับและติดตามแต่ละบุคคลจากแต่ละตัวอย่างได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงเป้าหมาย IGH, IGK, TRG และ TRB ด้วย สามารถแปลข้อมูลการเรียงลำดับ และสร้างรายงานที่กระชับแต่ครอบคลุมสำหรับแต่ละตัวอย่างและแต่ละเป้าหมายได้ ซอฟต์แวร์ LymphoTrack® MRD ช่วยให้สามารถติดตามกลุ่มเซลล์ผิดปกติที่มีการขยายตัวในแบบชั่วคราวได้ แสดงถึงศักยภาพการพัฒนาการเฝ้าติดตามอาสาสมัครในการทดลองทางคลินิกหรือในงานวิจัยได้ ทั้ง LymphoTrack® MiSeq® และซอฟต์แวร์ MRD ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการทำให้เป็นมาตรฐานสากลและการแปลข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับการทดสอบเซลล์ผิดปกติที่มีการขยายตัวและ MRD นอกจากนี้ Invivoscribe ยังยื่นขออนุมัติสำหรับตัวชี้วัด CE IVD ของวิธีการทดสอบ LymphoTrack® TRB  เพื่อให้สามารถจำหน่ายชุดทดสอบสำหรับห้องปฏิบัติการภายนอกทวีปอเมริกาเหนือได้ และการตรวจผ่านศุลกากรที่ 510(k) ในสหรัฐอเมริกา เราได้เริ่มขั้นตอนนี้แล้วสำหรับเมนูวิธีการทดสอบเซลล์ผิดปกติด้วย LymphoTrack® ของเรา

เกี่ยวกับ Invivoscribe

Invivoscribe® Technologies Inc. เป็นบริษัทเอกชนที่อุทิศตนให้กับการพัฒนาคุณภาพด้านการดูแลสุขภาพทั่วโลก โดยจำหน่ายสารเคมีสำหรับการวิเคราะห์ การทดสอบ และเครื่องมือชีวสารสนเทศที่ล้ำสมัย น่าเชื่อถือ และมีคุณภาพสูง เพื่อพัฒนางานในด้านการวินิจฉัยระดับโมเลกุลเฉพาะบุคคลและเวชศาสตร์โมเลกุลเฉพาะบุคคล® บริษัท Invivoscribe จำหน่ายสารเคมีสำหรับการวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี NGS และ PCR รวมถึงซอฟต์แวร์ชีวสารสนเทศที่ได้รับการออกแบบและผลิตโดยใช้สิ่งอำนวยการผลิตที่ได้มาตรฐาน ISO 13485 ที่ลงทะเบียนกับองค์การอาหารและยา ชุดทดสอบ RUO ตัวชี้วัด CE-marked IVDs รวมถึงวิธีการทดสอบ IdentiClone® และLymphoTrack® Dx ที่มาพร้อมกับซอฟต์แวร์ LymphoTrack® และ LymphoTrack® Dx สำหรับการทดสอบความผิดปกติของเซลล์ การตรวจวัดยีนผิดปกติที่มีปริมาณน้อย (MRD) และการกลายพันธุ์จำนวนมากทั่วร่างกาย นอกจากนี้ ห้องปฏิบัติการทางคลินิกของ Invivoscribe ยังนำเสนอแผงยีน MyAML®, MyHeme®, MyMRD® และแผงยีนแบบเลือกเฉพาะ ที่เมื่อใช้กับซอฟต์แวร์ MyInformatics® ของ Invivoscribe แล้ว จะสามารถระบุและติดตามการกลายพันธุ์ที่มีตัวเร่งปฐมภูมิได้ รวมถึงรูปแบบเซลล์ผิดปกติย่อยที่มีการขยายตัวและการกลายพันธุ์อุบัติใหม่ที่มีตัวเร่ง ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับโลหิต นอกจากนี้ ห้องปฏิบัติการทางคลินิกของ Invivoscribe ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่นยังส่งมอบการเข้าถึงการทดสอบทางคลินิกที่ได้รับการรับรอง CLIA, CAP และ ISO 15189 ในระดับสากล รวมถึงบริการจากองค์กรรับจ้างทำงานวิจัย (contract research organization: CRO) การทดสอบ และสารเคมีที่ใช้ในการวิเคราะห์ และเครื่องมือชีวสาร สนเทศของ Invivoscribe นั้นมีการใช้งานในห้องปฏิบัติการทางคลินิกและงานวิจัยมากกว่า 700 แห่งในกว่า 102 ประเทศ นอกจากนี้ Invivoscribe ยังได้รับการรับรองความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและดำเนินกิจการเพื่อการค้าในส่วนเทคโนโลยีการวินิจฉัย ในฐานะเป็นผู้นำระดับโลก Invivoscribe ได้นำเอาคุณค่าของระบบและการพัฒนาคุณภาพสูงต่างๆ มาใช้กับผลิตภัณฑ์ IVD รวมถึงซอฟต์แวร์ชีวสารสนเทศนี้ด้วย โดยซอฟต์แวร์ดังกล่าวเป็นไปตามการควบคุมการออกแบบภายใต้มาตรฐาน ISO 13485 ทำให้มีคุณสมบัติเหมาะสมในการยื่นขอการใช้งานตามกฎข้อบังคับของหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ ทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ www.invivoscribe.com

ติดต่อ:
Kevin Dobyns 858-224-6600

Post Author: Asianet Pakistan